เทศกาล บ๊ะจ่าง (端午节) เทศกาล​ 1 ใน​ 3 ที่สำคัญของจีน​

เทศกาล บ๊ะจ่าง (端午节)

เทศกาลบ๊ะจ่างนี้เป็นถือเป็นเทศกาลใหญ่หนึ่งในสามของเทศกาลที่สำคัญของคนจีน(สามเทศกาลที่สำคัญคือ ตรุษจีน บ๊ะจ่างและไหว้พระจันทร์)เทศกาลนี้จะตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำเดือน 5 ของปฎิทินจันทรคติจีน โดยในปีนี้จะตรงกับวันที่ 18 มิถุนายน 2561

เทศกาล บ๊ะจ่างนี้คนส่วนใหญ่จะรับรู้ว่าเป็นเทศกาลที่ระลึกถึงขุนนางผู้หนึ่งที่มีนามว่าคุกง้วนหรือ ชีหยวน มีชีวิตอยู่ในรัชสมัยของกษัตริย์ฉู่หวายอ๋อง ประมาณปี340-278 ก่อนคริสต์ศักราช ขุนนางผู้นี้เป็นคนตงฉิน รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต่อมาคุกง้วนได้ถูกขุนนางกังสินใส่ร้ายจนถูกฮ่องต้ปลดออกจากราชการและให้ เนรเทศไปอยู่ชายแดน คุกง้วนจึงเกิดความน้อยใจในวาสนาเลยตัดสิ้นใจจบชีวิตตนเองด้วยการไปกระโดดน้ำตายที่แม่น้ำไหม่โหลยในมณฑลยูนนาน(บางตำราก็ว่ากระโดดน้ำที่ แม่น้ำเปาะล่อกัง บางตำราว่าเป็นแม่น้ำแยงซีเกียง) ในวันที่วันที่ 5 เดือน 5 นั่นเอง

เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวก็พากันไปช่วยงมหาศพ เพื่อจะได้นำศพนั้นขึ้นมาจัดการฝังและเซ่นไหว้ แต่ด้วยว่าแม่น้ำกว้างใหญ่จึงไม่สามารถหาศพพบ ชาวบ้านเลยพร้อมใจกันเอาข้าวปลาอาหารมาเซ่นไหว้ที่ริมน้ำและเอาสิ่งของเหล่านั้นโปรยลงไปในน้ำเพื่อให้วิญญานของคุกง้วนได้มารับไป

ต่อมามีชาวบ้านผู้หนึ่งฝันเห็นวิญญานของคุกง้วนมากล่าวขอบคุณเหล่าชาวบ้านที่นำเอาอาหารไปโปรยเพื่อเซ่นไหว้ให้แก่ตน แต่เขาบอกว่าอาหารที่เหล่าชาวบ้านนำไปโปรยเพื่อเป็นเครื่องเซ่นถูกเหล่าสัตว์น้ำกินเสียจนหมดตนไม่ได้รับอาหารเหล่านั้นเลย คุกง้วนจึงแนะนำให้ชาวบ้านนำอาหารเหล่านั้นห่อด้วยใบไผ่ หรือใบจ่างก่อนนำไปโยนลงน้ำ เพื่อที่ตนเองจะได้รับเครื่องเซ่นไหว้นั้นได้ นับแต่นั้นมาในวันที่5เดือน5ตามปฎิทินจันทรคติจีนชาวบ้านจึงถือเป็นประเพณีที่ต้องนำอาหารห่อด้วยใบไผ่หรือใบจ่างเพื่อเซ่นไหว้วิญญานคุกง้วน จนต่อมาธรรมเนียมนี้ได้วิวัฒน์เป็นการนำอาหารที่ห่อด้วยใบไผ่นี้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิที่เคราพนับถือทุกๆที่ด้วย

ในเทศกาลบ๊ะจ่างนี้ ยังมีความเชื่ออีก 2 อย่างนั้นคือ ความเชื่อที่ว่าเทศกาลนี้เป็นเทศกาลการของมังกร ดังปรากฎร่องรอยความเชื่อว่าเป็นเทศกาลของมังกรในนิยายจีนเรื่องนางพญางูขาวที่นางพญางูในเรื่องจะต้องคืนร่างเดิมเป็นงูในวันไหว้บ๊ะจ่าง และจากการแข่งเรือมังกรในบางพื้นที่ นอกจากนี้คนจีนบางส่วนมีความเชื่อถือว่าน้ำฝนที่ตกลงในวันที่5 เดือน5นี้เป็นน้ำจากมังกรสามารถน้ำมาขับไล่สิ่งไม่ดีต่างๆได้

ธรรมเนียมเรื่องน้ำฝนศักดิ์สิทธินี้ผู้เขียนเคยพบเห็นที่ต่างจังหวัดในวัยเยาว์ โดยโรงเจในพื้นที่จะนำโอ่งน้ำคาดผ้าขาวมาตั้งที่กลางแจ้งตั้งแต่วันที่5เดือน5 เพื่อเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวมาไว้ใช้หุงข้าวและต้มเป็นน้ำร้อนถวายพระพุทธในเทศกาลกินเจ

ความเชื่อเกี่ยวกับเทศกาลบ๊ะจ่างอีกอย่างหนึ่งคือเชื่อว่าเทศกาลนี้มาจากตำนานวันที่ไม่เป็นมงคลโดยมีที่มาจากตำราโบราณที่กล่าวว่าในสมัยจั้นกว๋อ เมิ่งฉางจวิน แห่งรัฐฉีเกิดในวันที่ 5 เดือน 5 บิดาไม่ให้เลี้ยงไว้ และนำไปทิ้งเสีย เนื่องจากเหตุผลที่ว่าเขาเกิดในวันที่ไม่เป็นมงคล ดังนั้นตามความเชื่อนี้จึงนิยมปักหรือแขวนต้น “เหี่ยเช่า” (โกฏิจุฬาลัมพา) ไว้ที่ประตูเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บ

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เรื่องราวที่ผู้คนจะนึกถึงเป็นสิ่งแรก ก็ยังคงเป็นเรื่องของคุกง้วนอยู่นั่นเอง

เทศกาลบ๊ะจ่างนี้ยังมีธรรมเนียมความเชื่อและข้อห้ามอีกหลายประการที่ควรรู้ดังต่อไปนี้

1. เทศกาลนี้เป็นเทศกาลเกี่ยวกับการขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรงดังนั้นจึงมีธรรมเนียมทานน้ำแกงจิงจูไฉ่ล้างพิษต่างๆ

2. ธรรมเนียมการซื้อยาบำรุงหรือยารักษาโรคที่ใช้ประจำบ้านมาเก็บไว้ด้วยเชื่อว่ายาเหล่านั้นจะเพิ่มฤทธิ์ขึ้นเป็นทวีคูณหากจัดหาไว้ในวันดังกล่าว

3. ด้วยเลข5เป็นตัวแทนของพลังหยาง วันที่5เดือน5จึงเป็นวันที่มีพลังหยาง2เท่าคนจีนโบราณจึงนิยมนำเสื้อผ้าที่ไม่สามารถซักล้างเช่นเสื้อผ้าในชุดพิธี ตลอดจนตำหรับตำราหนังสือต่างๆออกมาตากแดดไล่ความชื้น ในวันดังกล่าว ต่อมาในเมืองไทยจึงวิวัฒน์ธรรมเนียมนี้กลายเป็นนำชุดเสื้อ7ชั้นของคนแก่ที่ซื้อไว้ใส่ในยามที่ล่วงลับ ออกมาปัดฝุ่นตากแดดไล่ความชื้นเปลี่ยนกระดาษแดงที่ห่อชุด โดยจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวในสาทร์ดังกล่าว

4. ปักต้นเหี่ยเช่า(โกฏิจุฬาลัมพา)ไว้ที่หน้าประตูและตามกระถางธูปสิ่งศักดิ์สิทธิในบ้านเพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลและโรคภัยไข้เจ็บ

5. นิยมไหว้หมี่ซัวคู่กับบ๊ะจ่าง(เป็นธรรมเนียมเฉพาะท้องที่)

6. ห้ามทำบ๊ะจ่างและไหว้บ๊ะจ่างในบ้าน(ทั้งบรรพชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ)ที่มีคนในครอบครัวเสียชีวิตแล้วยังไม่ครบสามปี(ห้ามตลอดสามปี) ทั้งนี้มาจากความเชื่อที่ว่าจะมัดดวงวิญญานผู้เสียชีวิตไว้ไม่ให้ไปสู่สุคติภพ

ความน่าสนใจของเทศกาลบ๊ะจ่างยังอยู่ที่ตัวบ๊ะจ่างเองอีก ว่ามีกี่แบบและแบบไหนบ้างโดยสามารถแบ่งบ๊ะจ่างออกเป็นสองชนิดใหญ่คือ

1. บ๊ะจ่างน้ำด่างภาษาจีนเรียกว่ากี่จั่ง เป็นบ๊ะจ่างที่ทำมาจากข้าวเหนียวแช่น้ำด่างที่ได้จากขี้เถ้าของต้นนุ่นหรือเปลือกทุเรียนห่อด้วยใบไผ่สด แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดเมื่อสุกจะมีลักษณะใสสีเหลืองรวมตัวเป็นเนื้อเดียว เวลาทานใช้จิ้มน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตลาดทราย

2. บ๊ะจ่างแบบมีไส้บ๊ะจ่างชนิดมีสูตรการทำไม่แน่นอนเนื่องจากแผ่นดินจีนมีความกว้างใหญ่ไพศาลประชากรก็หลากหลายสายพันธุ์จึงมีสูตรการทำหลากหลายขึ้นอยู่กับพื้นที่และวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างไรก็ตามต้องมีส่วนประกอบหลักคือ ข้าวเหนียว เมล็ดธัญญาพืช เนื้อสัตว์ และห่อด้วยใบไม้ส่วนกรรมวิธีการทำให้สุกจะนำไปต้มในน้ำเดือด บ๊ะจ่างชนิดนี้สามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภทใหญ่ดังนี้

2.1 บ๊ะจ่างปักกิ่ง เป็นตัวแทนบ๊ะจ่างแถบเหนือของจีน มีลักษณะใหญ่ไม่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ ทำจากข้าวเหนียว ห่อใส้ที่ทำจากพุทรา และถั่วบด บางสูตรใส่ไส้เป็นผลไม้ดองต่างๆ

2.2 บ๊ะจ่างกว่างตง เป็นตัวแทนบ๊ะจ่างแถบใต้ของจีน มีลักษณะเล็ก ทำจากข้าวเหนียว ใส่ถั่วเขียว ไข่แดงเค็ม ถั่วลิสง หมูติดมันและเม็ดบัว มีกลิ่นหอมเนื้อหมูเมือทานจะได้รสชาติหวานเค็มมันและได้ความกรุ๊บกรอบจากธัญญาพืช

2.3 บ๊ะจ่างเจียซิง มาจากมณฑลเจ้อเจียง ทำจากข้าวเหนียวขาวชั้นดี สอดไส้ด้วยเนื้อหมูส่วนขาหลัง ถั่วบด และอื่นๆ หลังจากบ๊ะจ่างสุกแล้วน้ำมันของหมูก็จะซึมเข้าไปในข้าวเหนียว ทำให้ได้รสชาติอร่อย มันแต่ไม่เลี่ยน

2.4 บ๊ะจ่างเสฉวน ทำมาจากข้าวเหนียว เนื้อหมูและธัญญาพืชเหมือนที่อื่นๆแต่ที่พิเศษคือจะมีการใส่หม่าล่าอันเป็นพริกชนิดหนึ่งของ คนเสฉวน ทำให้รสชาติของบ๊ะจ่างมีรสชาติเผ็ดแบบลิ้นชา

2.5 บ๊ะจ่างซีอัน เอกลักษณ์ของบ๊ะจ่างชนิดนี้ก็คือมีแต่ข้าวเหนียว ไม่มีไส้ หลังจากนึ่งเสร็จก็ปล่อยให้เย็น แล้วก็ทานคู่กับน้ำผึ้ง

2.6 บ๊ะจ่างไม้ไผ่ของยูนนาน เอกลักษณ์พิเศษคือเป็นบ๊ะจ่างที่ไม่ห่อใบไผ่แต่จะนำข้าวเหนียวและเครื่องต่างๆใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วพันปิดด้วยใบไม้อีกชั้นเมื่อวลาสุกแล้วจะมีกลิ่นหอมของกระบอกไม้ไผ่เป็นพิเศษ

สำหรับบ๊ะจ่างที่ขายและเป็นที่นิยมเป็นในเมืองไทยคือบ๊ะจ่างสูตรแต้จิ๋วจัดเป็นบ๊ะจ่างสูตรจีนตอนใต้ชนิดหนึ่ง ส่วนประกอบ จะมี ข้าวเหนียว หมูผัดกระเทียมซีอิ้วพริกไทยเค็ม หรือหมูพะโล้ ไข่แดงเค็ม กุนเชียง กุ้งแห้ง เห็ดหอม ถั่วลิสสง เม็ดบัว แป๊ะก๊วย เกาลัด บางสูตรใส่เผือกกวน จากนั้นนำเครื่องเคราทั้งหมดมาห่อด้วยใบไผ่ตากแห้ง เป็นทรงพีระมิดสามเหลี่ยม ใช้เชือกมัดให้แน่นแล้วนำไปต้มในน้ำจนสุก เวลาสุกจะมีกลิ่นหอมหวานน่ารับประทานเมื่อได้ลิ้มรสจะสัมผัสความนุ่มของข้าวเหนียว ความหอมเค็มมันจากเนื้อหมูไข่แดง และได้ความกรุ๊บกรอบของธัญญาพืชต่างๆ

นอกจากในประเทศจีนที่มีการทำบ๊ะจ่างแล้วในประเทศเวียดนาม เกาหลีหรือกัมพูชาก็มีการทำบ๊ะจ่างเช่นกันแต่อาจมีความต่างออกไปในส่วนประกอบและลักษณะการทำ ที่ขึ้นอยู่กับพื้นที่และวัฒนธรรม

สุขสันต์รื่นรมย์เทศกาลบะจ่างครับ